เขียนให้กระชับและอ่านง่าย (ขึ้นบ้าง) + อ้างอิงไม่ให้น่าเกลียด

จะพูดถึงสองเรื่องเป็นหลัก คือ 1) การเขียนให้กระชับได้ใจความ (เพราะเรามีจำนวนคำจำกัด อย่างงานชิ้นแรกที่ส่งกันมา จำกัดอยู่ที่ 1,200-1,500 คำ ก็ควรใช้ประโยชน์ให้เต็มที่) กับ 2) การอ้างอิง/ยกคำพูด

อ่านแล้วอย่ากังวล งานทุกชิ้น ถ้าเขียนออกมาแล้ว ก็แปลว่าปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ เขียนออกมาเถิด ถ้าไม่เขียนก็ไม่มีให้ตรวจ ไม่มีให้เอามาเป็นตัวอย่าง ไม่มีให้ปรับปรุงต่อไป

ใครรู้ตัวว่าถูกดึงงานมาอวดในนี้ ไม่ต้องกระโตกกระตาก ขอให้ภูมิใจว่าเรามีส่วนช่วยให้เพื่อนทุกคนปรับปรุงงานเขียนของตัวเองได้

ตัวอย่างที่ 1

ต้นฉบับ

Foodpanda คือเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการสั่งอาหารออนไลน์จากร้านอาหารที่เปิดขายทั่วไปและมีบริการจัดส่งแบบ Delivery โดยเว็บไซต์ Foodpanda จะเป็นศูนย์รวมหรือเป็นตัวกลางในการติดต่อของร้านอาหารและผู้ใช้บริการในการจัดหาอาหารและนำส่งให้ลูกค้าที่ใช้บริการผ่านเว็บไซต์นี้ ซึ่งภายเว็บไซต์ Foodpanda จะเป็นศูนย์รวมของร้านค้าต่างๆมากมายโดยผู้ใช้บริการสามารถเลือกร้านค้าพร้อมทั้งเมนูอาหารผ่านทางเว็บไซต์หรือสั่งผ่าน แอปพลิเคชั่น โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนนี้ได้เลย

ทดลองเขียนอีกแบบ ได้ใจความเดียวกันไหม

Foodpanda คือบริการรับสั่งและจัดส่งอาหารออนไลน์ โดย Foodpanda จะเป็นตัวกลางระหว่างร้านอาหารและผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการสามารถเลือกร้านค้า รายการอาหาร และสั่งผ่านทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์ได้ทันที

  • “มีบริการจัดส่งแบบ Delivery” — วลีนี้ตัดคำว่า “แบบ Delivery” ออกได้เลย เพราะความหมายซ้ำกับ “บริการจัดส่ง”
  • “คือเว็บไซต์ที่เปิดให้บริการสั่งอาหารออนไลน์” — คำว่า “ที่เปิด” ตัดทิ้งก็ไม่เสียความหมาย
  • ถ้าเป็น “เว็บไซต์” ก็แสดงว่า “ออนไลน์” อยู่แล้ว เลือกเอาคำใดคำหนึ่ง
  • “โดยเว็บไซต์ Foodpanda จะเป็นศูนย์รวมหรือเป็นตัวกลาง […] ซึ่งภายเว็บไซต์ Foodpanda จะเป็นศูนย์รวมของร้านค้า” — หลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำในที่ใกล้ๆ กัน เพราะอาจฟังแล้ววกวน (จริงๆ ตรงนี้เนื้อหา ผู้เขียนน่าจะตั้งใจให้เป็นคนละเรื่องกันอยู่แล้ว โดยส่วนแรกพูดถึงว่า Foodpanda จะเป็นตัวกลางระหว่างร้านกับผู้ใช้ ในขณะที่ส่วนหลังจะพูดถึงว่าผู้ใช้สามารถเลือกรายการอาหารได้ แต่พอใช้คำว่า “ศูนย์รวม” ซ้ำ มันก็จะฟังขัดๆ วนๆ)
  • สะกด “แอปพลิเคชัน” ไม่มีไม้เอก

ตัวอย่างที่ 2

ต้นฉบับ

เมื่อพูดถึงวิถีชีวิตประจำวันของคนทั่วไปในปัจจุบันคงแทบไม่มีใครที่ไม่นึกถึงการใช้เวลาบนโลกออนไลน์ อีกทั้งจากการพัฒนาทางเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้เครื่องมือสื่อสารเป็นไปมากกว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างบุคคล อย่างเช่นจากความสามารถในการทำงานได้อย่างหลากหลายผ่านแอปพลิเคชัน ความสะดวกใช้ของอุปกรณ์ และความสามารถในการพกพา ที่รองรับในการทำงานที่หลากหลายประเภท ทำให้สมาร์ตโฟนได้กลายเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมต่อชีวิตประจำวันของบุคคลทั่วไปเข้ากับสังคมหรือบุคคลอื่น จนเรียกได้ว่าการใช้สมาร์ตโฟนอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลไปแล้ว

ทดลองเขียนอีกแบบ

ในปัจจุบัน การใช้เวลาออนไลน์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก พัฒนาการทางเทคโนโลยีทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่มีความสามารถมากไปกว่าอุปกรณ์สื่อสารระหว่างบุคคล ความสามารถในการทำงานที่หลายหลายผ่านแอปพลิเคชัน ประกอบกับความสะดวกใช้และความสามารถในการพกพา ทำให้ชีวิตของบุคคลสามารถเชื่อมต่อกับสังคมและบุคคลอื่นได้ตลอดเวลา

  • ประโยค “เมื่อพูดถึงวิถีชีวิตประจำวันของคนทั่วไปในปัจจุบันคงแทบไม่มีใครที่ไม่นึกถึงการใช้เวลาบนโลกออนไลน์” และ “จนเรียกได้ว่าการใช้สมาร์ตโฟนอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลไปแล้ว” ความหมายแม้ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว แต่ก็มีประเด็นคล้ายคลึงกัน อาจลองเปลี่ยนคำเพื่อให้อ่านแล้วฟังไม่เหมือนพูดวน
  • “การทำงานได้อย่างหลากหลายผ่านแอปพลิเคชัน […] ที่รองรับในการทำงานที่หลากหลายประเภท” — ตรงนี้ก็ซ้ำ

ตัวอย่างที่ 3

ต้นฉบับ

ขอยกอีกตัวอย่างของเว็บไซต์นึงที่ชอบ และใช้มาเป็นเวลานาน คือ Fungjai เว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์ในการฟังเพลงเหมือนเว็บไซต์ทั่วไป แต่มันจะมีเพลย์ลิสต์ที่หลากหลายมาก เช่น เพลย์ลิสต์ตามอารมณ์และแนวเพลง เพลย์ลิสต์ตามธีม และถ้าหากมีเหตุการณ์สำคัญ ทางเว็บไซต์จะคัดเพลงแล้วมาทำเป็นเพลย์ลิสต์ที่เหมาะกับเหตุการณ์นั้น

ทดลองเขียนอีกแบบ

อีกเว็บไซต์หนึ่งที่ชอบและใช้มานาน คือ Fungjai ซึ่งเหมือนเว็บไซต์ฟังเพลงทั่วไป แต่มีรายการเพลงที่หลากหลายมาก เช่น รายการเพลงตามอารมณ์ ตามแนวเพลง ตามหัวข้อ และรายการเพลงที่ทางเว็บไซต์คัดมาให้เหมาะกับเหตุการณ์สำคัญ

  • จะเขียนก็เขียนเลย ไม่ต้อง “ขอ” :p
  • ลีลาการเขียนที่เหมือนการเล่า เป็นลีลาที่น่าสนใจ สามารถใช้ได้ อย่างไรก็ตามตัวสะกดคำต่างๆ ก็ยังควรเคร่งครัดอยู่ เพื่อความชัดเจนในการสื่อสาร (“นึง” → “หนึ่ง”)
  • สำหรับคำภาษาต่างประเทศที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายในสังคมผู้พูดภาษาไทยและมีคำที่ใช้แทนได้ดีอยู่แล้วในภาษาไทย ควรพิจารณาใช้คำไทย
  • ถ้าเปลี่ยน “เว็บไซต์ในการฟังเพลง” เป็น “เว็บไซต์ฟังเพลง” ได้ความหมายเหมือนกันไหม? — พยายามเลี่ยงคำจำพวก “ในการ”, “มีความ”, “มีการ” ตั้งแต่แรก หรือถ้าเขียนไปแล้ว ตอนกลับมาอ่านทวน หากอ่านแล้วเห็นว่าตัดได้ก็ตัดทิ้ง (คำพวกนี้ไม่ใช่ใช้ไม่ได้เลย ก็มีที่ใช้อยู่ เช่น เมื่อต้องการเน้นถึงคุณสมบัติ การเขียนว่า “เครื่องยนต์มีความร้อน” จะเห็นภาพ ความร้อน ชัดกว่า “เครื่องยนต์ร้อน” ซึ่งหลังจากนี้เราอาจต้องการเขียนถึงประเด็นเรื่องความร้อน จึงจำเป็นต้องทำให้ความร้อนมีสถานะเป็นคำนามขึ้นมาก่อน เพื่อจะได้สามารถเป็นประธานของประโยคถัดไป)

ตัวอย่างที่ 4

เมื่ออำนาจของการปรับเปลี่ยนข่าวสารตกอยู่ในกำมือของหน่วยงานข้อมูลในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยียังได้สร้างผลกระทบอีกอย่างขึ้นมาอีกด้วย เพราะเมื่อวิธีการสื่อสารข่าวออกไปจะทำให้สิ่งที่เราสื่อเปลี่ยนแปลงไปอย่างถึงที่สุดเลยทีเดียว จากการเชื่อมข้อมูลชุดการศึกษากับข้อมูลข่าวสารที่ผู้อ่านได้ทำการสำรวจ คือ ข่าวสารการโดนโกงเงินจากการซื้อขายสินค้าออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต โดยนายวิชัย โภชนกิจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงสิงหาคม พ.ศ. 2558 มีประชาชนที่ซื้อสินค้าผ่านระบบออนไลน์ร้องเรียนปัญหาเข้ามายังกระทรวงพาณิชย์เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งการชำระเงินค่าสินค้าแล้วไม่ได้รับสินค้า ซึ่งเป็นการซื้อผ่าน Facebook, Sbuyservice, Truck2hand, Khaidee, Forhomelesscats และ Chilindo โดยกล่าวว่าได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ โดยจากการซื้อผ่านเว็บไซต์ Lazada, Jumzabza2530 และ Plazacool นั้นเป็นสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ และการสั่งซื้อสินค้าจากกเว็บไซต์ Lazada และ Line shop ร้านค้าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และการซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ Lazada นั้นได้รับสินค้าไม่ครบถ้วนอีกด้วย โดยจากการซื้อสินค้าจาก Vcanbuy และอื่นๆนั้นไม่รับผิดชอบตามสัญญาประกัน และการซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ fourrice.com ทั้งนี้เมื่อหลังจากการร้องเรียนแล้วได้ดำเนินการตรวจสอบพบว่ามีเว็บไซต์ที่ไม่ได้จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หลายรายการ ซึ่งได้ส่งสำนักกฎหมายเพื่อดำเนินคดีและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ นอกจากนี้ยังได้ร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ซึ่งผู้กระทำผิดบางรายยอมรับสารภาพและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ร้องเรียน

  • ต้นย่อหน้า: “เมื่ออำนาจของการปรับเปลี่ยนข่าวสารตกอยู่ในกำมือของหน่วยงานข้อมูลในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยียังได้สร้างผลกระทบอีกอย่างขึ้นมาอีกด้วย เพราะเมื่อวิธีการสื่อสารข่าวออกไปจะทำให้สิ่งที่เราสื่อเปลี่ยนแปลงไปอย่างถึงที่สุดเลยทีเดียว จากการเชื่อมข้อมูลชุดการศึกษากับข้อมูลข่าวสารที่ผู้อ่านได้ทำการสำรวจ คือ ข่าวสารการโดนโกงเงินจากการซื้อขายสินค้าออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต” — อ่านไม่รู้เรื่องเลย ไม่เข้าใจว่าต้องการจะสื่อว่าอะไร เหมือนเอาประโยคมาต่อกันไปเรื่อยๆ – -“
  • ตั้งแต่คำว่า “นายวิชัย โภชนกิจ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ …” ไปจนจบย่อหน้าที่ “…และยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ร้องเรียน” คัดลอกมาจากข่าวในไทยรัฐ ซึ่งแม้จะอ้างอิงไว้แล้วที่ท้ายงาน แต่ในตัวงานไม่ได้ระบุให้คนอ่านทราบอย่างชัดเจนว่าตรงนี้เป็นการยกคำพูดมาตรงๆ โดยแทบไม่ได้แก้ไขอะไรเลย (ในส่วนที่แก้ไขก็ทำให้ผิดความหมายไปจากต้นฉบับ-ดูประเด็นนี้ในข้อถัดๆ ไป) ทำให้คนอ่านอาจเข้าใจได้ว่า ผู้เขียนบทความเป็นผู้เขียนข้อความส่วนนี้ด้วยตัวเอง
    thairath-ecommerce-fraud
  • หากจำเป็นต้องยกคำพูดมาใส่ในบทความ ให้ใส่เครื่องหมายคำพูดหรือแสดงด้วยวิธีอื่นไว้ให้ผู้อ่านเห็นชัดเจน ว่าใครเป็นผู้พูด (กรณีนี้ ผู้พูดคือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ) หรือไม่เช่นนั้นก็ควรเขียนขึ้นมาใหม่เอง โดยจับเอาเฉพาะใจความที่เราต้องการใช้ ในภาษาของเราเอง พร้อมกับระบุว่าข้อมูลนี้นำมาจากที่ใด
  • ข้อความต้นฉบับในไทยรัฐนั้นมีปัญหาในการเขียนอยู่บ้างแล้ว เช่น สะกดชื่อเว็บไซต์ผิด (Khaidee → Kaidee) หรือเขียนรายการประเภทต่างๆ ต่อเนื่องกัน จนอาจทำให้ผู้อ่านแยกได้ลำบากว่า ผู้บริโภคประสบปัญหาประเภทใดจากเว็บไซต์อะไร — อย่างไรก็ตามในประเด็นหลัง ผู้เขียนข้อความต้นฉบับก็พยายามช่วยคนอ่าน โดยการใส่เครื่องหมายวรรคตอน (“,” จุลภาค-ลูกน้ำ) ช่วยในการแบ่งประโยค โดยใช้โครงสร้าง <ปัญหาที่พบ> ซื้อจากเว็บไซต์ <รายการเว็บไซต์>, <ปัญหาที่พบ> ซื้อจากเว็บไซต์ <รายการเว็บไซต์>, <ปัญหาที่พบ> ซื้อจากเว็บไซต์ <รายการเว็บไซต์> (ยกเว้นที่เดียวที่น่าจะลืมใส่เครื่องหมายวรรคตอน คือที่หลังชื่อเว็บไซต์ “chilindo”)
  • ข้อความที่คัดลอกมาตัดเครื่องหมายวรรคตอนทิ้ง และเติมคำเชื่อม (“โดยกล่าวว่า”, “นั้นเป็น”, “และการ” ฯลฯ) เข้าไปอย่างไม่เข้าใจบริบท ทำให้ข้อความอ่านยากและผิดความหมายไปอีก — แสดงให้เห็นว่าผู้เขียนเองก็อ่านไม่เข้าใจว่าต้นฉบับพยายามจะสื่ออะไร
  • จากข่าว ปัญหาที่ผู้บริโภคร้องเรียนมี 6 ประเภท ได้แก่
    • ชำระเงินค่าสินค้าแล้วไม่ได้รับสินค้า (สั่งสินค้าผ่านเว็บไซต์ Facebook, Sbuyservice, Truck2Hand, Kaidee, Forhomelesscats และ Chilindo)
    • ได้รับสินค้าไม่ตรงตามที่สั่งซื้อ (Lazada, Jumzabza2530 และ Plazacool)
    • สินค้าไม่ได้คุณภาพ (Lazada และ LINE Shop)
    • ร้านค้าไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง (Lazada)
    • ได้รับสินค้าไม่ครบ (Vcanbuy)
    • อื่นๆ เช่น ไม่รับผิดชอบตามสัญญาประกัน (fourrice.com)
  • หากต้องการยกข้อมูลมาเพื่อให้เห็นภาพลักษณะการโกง เราอาจยกมาเฉพาะประเภทเรื่องร้องเรียน โดยไม่ต้องมีรายชื่อเว็บไซต์ก็ได้ หรือยกตัวอย่างเฉพาะเท่าที่จำเป็นกับการเข้าใจบทความ เช่น ขั้นตอนการเลือกและจ่ายเงินซื้อสินค้าผ่าน Facebook นั้นต่างจากการซื้อผ่าน Lazada อย่างไร ผู้ขายสินค้าใน Kaidee กับ LINE Shop ต่างกันอย่างไร

อย่าลืมๆ เราเขียนงานกันไปทำไม

จุดประสงค์ของวิชาสัมมนานี้คือ หลักจากเรียนกันแล้ว เราสามารถที่จะ

  1. ระบุวัตถุดิจิทัลที่ถูกศึกษาในเชิงมานุษยวิทยาได้
  2. ระบุและอธิบายวิธีวิทยาเชิงมานุษยวิทยาดิจิทัลที่ใช้ในการวิจัยทางสังคมได้
  3. ระบุและอธิบายมุมมองทางทฤษฎีที่ใช้ในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์ทางดิจิทัลได้
  4. เข้าใจว่ามานุษยวิทยาดิจิทัลนั้นสัมพันธ์และส่งเสริมสังคมศาสตร์สาขาวิชาอื่นๆ ได้อย่างไร

(1) ตอนนี้ทุกคนได้พยายามสำรวจปรากฏการณ์ทางสังคม ผ่านข่าวในสื่อ และเลือกวัตถุขึ้นมาศึกษา เขียนอธิบายมันตามความเข้าใจของเราเอง — จากมุมมองเชิงมานุษยวิทยา — ถึงอย่างไรเสีย นี่ก็ยังเป็นวิชาสัมมนาทางมานุษยวิทยาอยู่ :p

(2) ในชิ้นแรกที่เราเขียนงานส่งนี้ เรายังไม่ได้ลงสนามเองเท่าไรนัก ประกอบกับเครื่องมือที่เรามีอาจยังจำกัดอยู่ งานทั้งหมดจึงใช้การสำรวจเอกสารเบื้องต้น หรืออาจจะลงสนามบ้างสั้นๆ ด้วยการไปดูความคิดเห็นต่างๆ ในสื่อ โดยยังไม่ได้ลงมือสอบถามหรือเข้าไปฝังตัวสังเกตการณ์อย่างมีส่วนร่วมด้วยตัวเอง แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไรก็ตาม ในงานที่เราเขียนก็ควรจะอธิบายสิ่งเหล่านี้ด้วยสั้นๆ เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบว่างานของเราตั้งอยู่บนข้อมูลแบบไหน การเขียนถึงวิธีวิทยานี้จะช่วยเตือนตัวเราเองในฐานะผู้เขียนด้วย ว่าขอบเขตและข้อจำกัดของสิ่งที่เราสามารถอ้างถึงได้นั้นอยู่ที่ตรงไหน อะไรที่เราสามารถรู้ได้ และอะไรที่เราจำเป็นต้องบอกว่าเราไม่สามารถรู้ได้ — หรืออย่างน้อยก็ไม่แสดงท่าทีราวกับว่าเรารู้ (หรือถ้าจะทำอย่างนั้นจริงๆ ก็อย่าให้คนอื่นจับได้)

(พูดถึงเครื่องมือ หลังจากนี้ใครจะลองใช้การอ่านการออกแบบอินเทอร์เฟซ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลในสื่อสังคม อย่างที่เราคุยกันไปในคาบที่ 7 และ 8 ก็น่าสนุกนะ)

(3) งานที่ส่งมาหลายชิ้น ไม่ได้พยายามอธิบายถึงมุมมองทางทฤษฎีเท่าไรนัก หรือมีแต่ใช้อย่างสับสน หรือใช้แบบไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้ คืออ้างมาแล้วไม่ได้ช่วยให้รู้สึกว่าคำอธิบายน่าฟังขึ้น

(4) เรื่องความเชื่อมโยงกับศาสตร์สาขาอื่น งานชิ้นแรกนี้ยังไม่ต้องกังวล ค่อยๆ อ่านและเขียนงานกันไป หวังว่าตอนจบชั้นเรียนทั้งหมดแล้ว อย่างน้อยในงานชิ้นสุดท้าย (บล็อกบทความปลายภาค) เราน่าจะเขียนเรื่องนี้กันได้

ขอให้ทุกท่านโชคดี 🙂

Advertisements